ผู้ถือหุ้นรายย่อยการบินไทยเปิดศึกรอบใหม่ เผยหลังมีประเด็นประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 19 ธ.ค. เลือกกรรมการใหม่พร้อมเพิ่มจำนวนกรรมการเป็น 15 คน บอร์ดการบินไทยยันไม่ผิดข้อกำหนด เดินหน้าประชุมตามเดิม แนะสนับสนุนตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยและมืออาชีพเข้าไปร่วมบริหาร
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ในฐานะผู้ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีมติจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นั้น ตนในฐานะผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วย โดยมองว่าอาจขัดต่อข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2 สำหรับปีนี้ ซึ่งขัดต่อข้อบังคับของบริษัท ข้อที่ 32 และเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 98 ที่กำหนดว่า “คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นให้เรียกว่าการประชุมวิสามัญ ซึ่งประชุมเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร”
ดร.เจิมศักดิ์กล่าวว่า บริษัทการบินไทยได้มีการประชุมผู้บริหารแผนและได้ใช้อำนาจและสิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการในการประชุมพิจารณางบการเงิน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวาระที่จะต้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องครบถ้วนไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (ระหว่างอยู่ในแผนฟื้นฟู) จึงถือได้ว่าบริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว
“ดังนั้นการที่คณะกรรมการยังนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการประชุมหลังพ้นกำหนด 4 เดือนนับจากสิ้นรอบบัญชี จึงอาจเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับบริษัทและกฎหมายบริษัทมหาชน รวมทั้งเป็นการประชุมที่ซ้ำซ้อน จึงเกรงจะมีวาระทางการเมืองแทรกแซงการบินไทยอีกครั้ง เนื่องจากวาระหลักของการประชุมครั้งนี้คือการตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่หมดวาระ และเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 11 คน เป็น 15 คน” ดร.เจิมศักดิ์กล่าวและว่า
ตามข้อบังคับบริษัทและกฎหมาย หากมีการประชุมผู้ถือหุ้นพ้นกำหนด 4 เดือน จะต้องจัดเป็นการประชุม “วิสามัญผู้ถือหุ้น” เท่านั้น ขณะที่วาระ “เลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่หมดตามวาระ” เป็นวาระที่กฎหมายกำหนดให้พิจารณาในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ดร.เจิมศักดิ์กล่าวด้วยว่า กระแสการยืนยันจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการบริษัท ที่มีมาเป็นระยะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ราคาหุ้นของการบินไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีข่าวดังกล่าว โดยราคาหุ้นจากระดับหุ้นละ 14.50 บาท มูลค่าบริษัท (Market Cap) 410,398 ล้านบาท ลดลงเหลือหุ้นละ 8.35 บาท หรือลดลง 42.4% มูลค่าบริษัทลดลงเหลือ 263,332 ล้านบาท คิดเป็นความเสียหายต่อมูลค่าบริษัท รวมกว่า 174,065 ล้านบาท
ดังนั้น ตนพร้อมด้วยผู้ถือหุ้น บมจ.การบินไทย จำนวนหนึ่งจึงได้แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันที่ สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบว่าการดำเนินการของคณะกรรมการเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับหรือกฎหมายหรือไม่ และอาจพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหากการประชุมดังกล่าวถูกตรวจสอบแล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงการคลัง และ รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการ ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บมจ.การบินไทย กรณีมีมติจัดและเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทในวันดังกล่าว
ดร.เจิมศักดิ์กล่าวอีกว่า ผู้ถือหุ้นบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะกรรมการบริษัทเร่งให้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งนี้ว่าที่ต้องเร่งผลักดันวาระการเลือกกรรมการให้กิดขึ้นภายในเดือนธันวาคม 2568 นั้น เพื่อที่จะเอาผู้บริหารแผนเดิมออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งกรรมการฝ่ายการเมืองมาแทน ทั้ง ๆ ที่กรรมการที่เคยทำหน้าที่บริหารแผนจนประสบความสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ แต่กลับถูกกันให้พ้นตำแหน่งภายในเดือนธันวาคมนี้
“การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีความแตกต่างระหว่างกันคือ หากเป็นการประชุมสามัญ ที่ประชุมสามารถมีมติให้กรรมการคนเก่าออกได้ และเพิ่มกรรมการใหม่ได้ แต่หากเป็นประชุมวิสามัญ ให้เพิ่มกรรมการใหม่ได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถมีมติให้กรรมการเก่าออกได้” ดร.เจิมศักดิ์กล่าวและว่า นอกจากประเด็นเรื่องอาจมีการเมืองแอบแฝง แล้วยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงระหว่างปลายปี 2568-เมษายน 2569 บริษัทการบินไทยมีแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ และลงทุนในธุรกิจศูนย์ซ่อมเครื่องบิน (MRO) รวมมูลค่าการลงทุนที่จะอนุมัติไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทด้วย
ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารรายหนึ่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทยังยืนยันที่จะดำเนินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ตามเดิม เนื่องจากได้ทำการหารือกับกรรมการที่เป็นนักกฎหมาย รวมถึงกระทรวงพาณิชย์และ ก.ล.ต.แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ผิดทั้งข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยเหตุผลที่ต้องรีบประชุมนั้น มี 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ 1.กรรมการบริหารที่มีอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อยเกินไป และ 2.ธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง จึงมีความจำเป็นต้องมีคณะทำงานชุดย่อยหลายชุด เช่น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และสรรหาผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อให้การบินไทยสามารถแข่งขันในธุรกิจการบินที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับกรณีที่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีวาระเรื่องของการเมืองแอบแฝง และเร่งให้ทำการเลือกกรรมการชุดใหม่เข้ามาเพื่ออนุมัติงบฯลงทุนและงบฯจัดซื้อเครื่องบินกว่า 1 แสนล้านบาทนั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากแผนการลงทุนดังกล่าวทั้งหมดเป็นไปตามที่ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการทำไว้ทั้งสิ้น
“ถามว่าทำไมต้องประชุม 19 ธันวาคมนี้ คำตอบคือ คณะกรรมการบริหารทั้งหมดอยากจัดประชุมนานแล้ว แต่หลังจากออกจากแผนฟื้นฟู เราต้องทำให้การบินไทยนิ่งที่สุด เพื่อให้กลับมาเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้อีกครั้ง จึงจำเป็นต้องขยับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมาที่เดือนธันวาคม”
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่าการบินไทยวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ผ่านความยากลำบากมามาก คณะกรรมการบริหารทุกคนตระหนักในเรื่องนี้มาก ดังนั้นหากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยกังวลว่าจะมีวาระการเมืองแทรกแซงก็ต้องสนับสนุนให้มีตัวแทนของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยได้มีโอกาสเข้าไปช่วยบริหาร และเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นมืออาชีพจริง ๆ เพราะการบินไทยอยู่ในธุรกิจที่แข่งขันสูง ไม่เหมือนการไฟฟ้า หรือการประปาที่เป็นองค์กรผูกขาดไม่ต้องแข่งขัน
“หากดูผลประกอบการของการบินไทยจะเห็นว่าในช่วง 9 เดือนของปีนี้ เรามีกำไรกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นทิศทางที่ดีมาก แต่ปัจจัยที่ทุบความเชื่อมั่นและราคาหุ้นของการบินไทยอยู่ในขณะนี้ คือ มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจุดกระแสที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด และผู้ถือหุ้นตลอดเวลา” แหล่งข่าวระบุ
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีและวิสามัญเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ และบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่ง ก.ล.ต.ได้มีการประสานไปยัง THAI ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว และหากมีข้อมูลที่สำคัญเพิ่มเติม ก.ล.ต.จะติดตามให้ THAI เปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนทราบผ่านระบบ SET Link ต่อไป
ทั้งนี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การบินไทยเดินหน้าประชุม 19 ธ.ค. เลือกมืออาชีพร่วมทีมบริหาร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net
2025-12-18T02:32:08Z