ททท.งัดสารพัดกลยุทธ์ จีนเที่ยวไทยเพิ่ม 6.7 ล้านคน

เป้าหมายดึง “ทัวร์พญามังกร” มาเที่ยวไทย เป็นอีกภารกิจหลักและโจทย์ใหญ่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ยังคงต้องเปิดทุกตำรา ใช้ทุกกลยุทธ์ เพื่อจูงใจชาวจีนมาท่องเที่ยวไทย เพื่อทำให้ระบบการเงินหมุมเวียนเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บินข้ามทะเลกว่า 1,300 กิโลเมตร ไปเมืองไห่โขว่ มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลงนามความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจีน รวมถึงนำเปิดบูทงานท่องเที่ยวใหญ่อันดับต้น ๆ ของจีน หวังดึงนักท่องเที่ยวแดนมังกรกลับมาเยือนสยามเมืองยิ้ม

ปี’69 จีนเยือนไทย 6.7 ล้านคน

“ฐาปนีย์” ให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิตินักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงมาก โดยก่อนช่วงโควิดปี 2562 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทย 11,138,658 คน หลังจากนั้น สถานการณ์กลับตาลปัตร ปี 2566 เหลือ 3,418,732 คน ปี 2567 ฟื้นขึ้นนิดหน่อยมาอยู่ที่ 6,733,162 คน ล่าสุดปีนี้ (ช่วง 1 มกราคม-3 ธันวาคม 2568 ) อยู่ที่ 4,136,427 คน จากเป้า 4.56 ล้านคน

โดยยอมรับจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวลดลง แม้ช่วงต้นปีสถานการณ์เหมือนท่าทีดีขึ้น เดือนมกราคม 68 นักท่องเที่ยวจีนเพิ่ม 22% แต่หลังจากนั้นปลายกุมภาพันธ์เกิดเหตุนักแสดงชาวจีนถูกขบวนการสแกมเมอร์หลอกลวงผ่านไทยไปยังประเทศที่สาม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยในสื่อสังคมออนไลน์จีน ส่งผลให้กิจกรรมที่ ททท. เตรียมไว้ได้รับผลกระทบ

จากนั้นก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี อาทิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ล่าสุดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

“ที่ผ่านมา ททท.พยายามแก้ปัญหาตลอด โดยล่าสุด ณ เดือนธันวาคม อัตราการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนจากเกือบ 40% เหลือ 30% จึงเชื่อว่าปลายปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวจีนจะจบที่ 4.5-4.6 ล้านคน”

ขณะที่ปีหน้าเชื่อว่าจะมีนิมิตหมายที่ดีภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ และพบกับ สี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดจีน เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ทำให้เกิดกระแสชื่นชมเชิงบวกต่อไทยในแง่ภาพลักษณ์ ประกอบกับเกิดความร่วมมือระดับรัฐและเอกชนสองประเทศตามมา จึงเชื่อว่าสถานการณ์ปี 2569 จะช่วยภาคท่องเที่ยวไทยให้ดีขึ้น

สอดคล้องกับตามที่ประธานาธิบดีจีน กล่าวไว้ “จง ไท่ อี้ เจีย ชิน” แปลว่า จีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน จึงทำให้ ททท.จะใช้แคมเปญนี้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวไทยจีน ทั้งในแง่การตลาด ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการขาย รวมถึงจัดอีเวนต์ประเพณีต่าง ๆ ตลอดปี 2569

โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนในปีหน้าควรเติบโตไม่ต่ำกว่า 40%

“ถ้าปี 2568 ยอดนักท่องเที่ยวจีนจบที่ระดับ 4.5 ล้านคน ฉะนั้นปีหน้า 2569 เราควรจะต้องยกระดับกลับไปให้ถึงปี 2567 หรือที่ระดับ 6.7 ล้านคน หรือมากกว่านั้น”

3 แผนเจาะจีน GEN ใหม่-เก่า

ผู้ว่าการ ททท.มองว่าจากที่มีการตั้งข้อสังเกตเศรษฐกิจจีนอาจชะลอ แต่ถ้าประเมินจำนวนประชากรทั้งหมดที่มีมากกว่าพันล้านคน พบว่ากลุ่มที่มีความพร้อมเที่ยวนอกประเทศยังคงเดินทางปกติ จึงทำให้ไทยต้องหาจุดเด่นให้ชาวจีนอยากมาเยือน ซึ่งเป็นอีกเป้าหมายท้าทาย ททท.ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสองประเทศ

ส่วนแผนดึงดูดตลาดนักท่องเที่ยวจีนนั้น แม่ทัพหญิงท่องเที่ยวไทยฉายภาพว่า สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ 1.เสริมสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัย ทำให้ชาวจีนรู้ว่าถ้ามาไทยจะปลอดภัย ทั้งที่ตามจริงประเทศไทยปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาสื่อสังคมออนไลน์จีนอาจรับข่าวสารคลาดเคลื่อน

โดยขณะนี้ ททท.ได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจีนเร่งสร้างภาพลักษณ์ทำให้เห็นว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างไร ซึ่งสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น

ประเด็นที่ 2.ต้องคิดหาสินค้าและบริการใหม่ ๆ ซึ่ง ททท.จะมีการเปิดตัว 27 เส้นทางอันซีนใหม่ในพื้นที่เมืองหลักและเมืองรอง ควบคู่กับการยกระดับบริการให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น

และ 3.พยายามเติมตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะเจนใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ นอกเหนือเจนผู้ใหญ่ กลุ่มครอบครัว กรุ๊ปทัวร์แบบเดิม ๆ ฉะนั้นการทำการตลาดจีนของ ททท. จากนี้จะเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น

การเมืองเปลี่ยนแต่แผนไม่สะดุด

ส่วนความชัดเจนนโยบายภาคท่องเที่ยว ททท. หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ว่าการฐาปนีย์ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เนื่องจากนโยบายท่องเที่ยวต้องไปทิศทางเดียว ไม่เกี่ยวกับการเมือง และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิม อาทิ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม

ฉะนั้นไม่ว่าการเมืองแบบไหน คิดว่าทุกรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องปากท้องประชาชน รวมถึงเรื่องภาคท่องเที่ยว หากเป็นบวกมันก็จะบวกไปตลอด

“ยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองแบบไหน พรรคไหน การท่องเที่ยวก็คือหนึ่งรายได้ที่นำเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ”

“ฐาปนีย์” ยังเชื่อว่าสถานการณ์และนโยบายการท่องเที่ยว หลังเลือกตั้งช่วงไตรมาสแรกจะเป็นปกติไม่ชะลอตัว และกิจกรรม ททท. ตั้งแต่ช่วงเคานต์ดาวน์ยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ มกราคม-เมษายน 2569 ยังดำเนินการปกติต่อเนื่อง รวมถึงความสัมพันธ์ภาคท่องเที่ยวไทยจีน

ส่วนโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง และแจกตั๋วบินในประเทศจะดำเนินการต่อหรือไม่นั้น ฐาปนีย์ยอมรับว่า ต้องรอนโยบายรัฐบาลใหม่ เพราะสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ไม่สามารถเสนอโครงการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณได้ แต่มั่นใจว่าเมื่อได้รัฐบาลใหม่ ททท.พร้อมนำเสนอโครงการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวทันที

ขณะที่ “ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เสริมว่า โครงการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวที่จะดันต่อให้รัฐบาลชุดใหม่ อาทิ เที่ยวไทยคนละครึ่ง เฟส 2, โครงการตั๋วบินฟรีในประเทศบางเส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และโปรโมชั่นท่องเที่ยว ที่อยู่ในแคมเปญปี 2569

สำหรับ 5 อันดับตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ของไทยปี 2568 และปีหน้าคาดว่ายังเหมือนเดิม ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น

ลุ้นไทย-กัมพูชาจบก่อนตรุษจีน

ผู้ว่าการ ททท.ยอมรับว่าภาคท่องเที่ยวโดยเฉพาะในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวกัมพูชาหายไป ส่วนภาพรวมนักท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดชายแดน เช่น เกาะกูด เกาะช้าง จังหวัดตราด แม้ตัวเลขไม่เป็นศูนย์ แต่ยอดจองลดลงมากเกิน 50% เช่นเดียวกับจังหวัดจันทบุรีและบุรีรัมย์ ส่วนมูลค่าความเสียหายต้องรอประเมินหลังพ้นปลายปี

ส่วนรองผู้ว่าการ ภัทรอนงค์ เผยว่าจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวเอกชนไทยและจีน หากสถานการณ์ถ้ายังไม่จบ ยืดเยื้อถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือวันปีใหม่จีน (17 กุมภาพันธ์-3 มีนาคม) จะกระทบกับสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยแน่นอน แต่คาดว่าเหตุการณ์คงไม่ยืดเยื้อถึงช่วงนั้น

ต้องปลอดภัย-มีจุดเช็กอินใหม่

ด้านตัวแทน WENHUA AIR TOURISM บริษัททัวร์จีนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย ปัจจุบันลดลงจากเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดาราจีนถูกขบวนการสแกมเมอร์หลอกลวงไปประเทศที่สาม และปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา สองเหตุการณ์ถูกพูดถึงมากในสื่อออนไลน์จีน ทำให้กลัวเรื่องความปลอดภัย

ฉะนั้น อยากให้ประเทศไทยให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รองลงมาควรมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมใหม่ ๆ เพราะกลุ่มนักท่องผู้ใหญ่ชาวจีน ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ส่วนวัยรุ่นสนใจกิจกรรมคอนเสิร์ต กีฬาและความบันเทิงที่น่าสนใจ ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงดึงดูดให้ชาวจีนอยากกลับไปเที่ยวเมืองไทยอีก

ขณะที่ตัวแทน Qicai International Travel Service บริษัททัวร์จีนอีกแห่งสะท้อนตรงกันว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยก่อนปี 2568 ขายดีโดยเฉพาะก่อนโควิด แต่หลังเกิดเหตุกับดาราจีนยอดนักท่องเที่ยวลดลงมาก

แต่ในฐานะคนทำทัวร์มองว่า ถ้าหากประเทศไทยอยากดึงท่องเที่ยวจีน สำคัญที่สุดคือ การให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย รองลงมาการท่องเที่ยวดี ๆ นอนดี ๆ กินดี ๆ ในราคาเหมาะสมไม่แพงจนเกินไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ททท.งัดสารพัดกลยุทธ์ จีนเที่ยวไทยเพิ่ม 6.7 ล้านคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

– Website : https://www.prachachat.net

2025-12-24T06:02:10Z