สายการบินกุมขมับ ! ผู้ผลิตเครื่องบินทั้งแอร์บัส-โบอิ้งส่งมอบเครื่องใหม่ล่าช้า รอกันยาว ๆ ไปอีก 4-5 ปี กระทบแผนธุรกิจ การขยายเส้นทางบิน รุมแย่งเครื่องบินเช่าในตลาด เผย “การบินไทย” มีกำหนดคืนเครื่องเช่าปีนี้ 10 ลำ แต่ยังหาเครื่องใหม่ทดแทนไม่ได้ ขณะที่ “แอร์เอเชีย” ฟื้นฟูเครื่อง A330 เก่ากลับมาให้บริการ ด้าน “ไทยเวียตเจ็ท-ไทยไลอ้อนแอร์” ทยอยรับเครื่องใหม่ ชี้เป็นโอกาสเพิ่มมาร์เก็ตแชร์
แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2569 นี้ธุรกิจสายการบินของไทยยังมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนธุรกิจและการบริหารจัดการด้านต้นทุนการดำเนินงาน เนื่องจากสายการบินต่าง ๆ ยังคงประสบปัญหาเรื่องแผนการส่งมอบเครื่องบินใหม่ของผู้ผลิตที่ล่าช้า ส่งผลกระทบต่อแผนการขยายเส้นทางบินใหม่ และการเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่มีดีมานด์สูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยในการให้บริการยังอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง ผู้ให้บริการยังคงต้องกำหนดราคาบัตรโดยสารในระดับที่สูงต่อไปเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด
“ตอนนี้สายการบินบางแห่งประสบปัญหารับมอบเครื่องบินเสริมฝูงบินล่าช้า และบางสายการบินมีแนวโน้มว่าจำนวนเครื่องบินจะลดลง เพราะเครื่องบางส่วนที่ให้บริการอยู่ทยอยหมดสัญญาเช่า แต่ยังหาเครื่องใหม่มาทดแทนไม่ได้ โดยจะเห็นว่าในปีนี้ผู้ประกอบการสายการบินจะมีปรับกลยุทธ์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจมีการปรับลดเที่ยวบิน การยุติเส้นทางการบิน หรือการย้ายฐานการบิน” แหลงข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ความท้าทายหนึ่งของผู้ประกอบการสายการบินในปี 2569 นี้ คือ สายการบินไหนมีเครื่องใหม่เข้ามาเสริมได้ตามแผนก็จะมีความได้เปรียบทางการตลาด และเป็นโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในอนาคต
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ซัพพลายเชนธุรกิจการบินทั่วโลกยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่โควิด-19 ผู้ผลิตเครื่องบินหลัก ทั้งแอร์บัสและโบอิ้งผลิตไม่ทันต่อความต้องการและส่งมอบล่าช้า ไม่ตรงเวลา ทำให้สายการบินที่ต้องการสั่งเครื่องบินใหม่ ต้องรอไปจนถึงปี 2574-2576 ทำให้สายการบินแย่งเครื่องบินเช่าที่มีอยู่ในตลาดแม้ว่าจะมีอายุการใช้งานมากก็ตาม
“ปี 2569 นี้จึงน่าจะเป็นอีกปีที่ผู้ประกอบการสายการบินยังคงสามารถกำหนดราคาบัตรโดยสารในอัตราที่สอดรับกับต้นทุนการบริหารจัดการ และมีศักยภาพในการทำกำไรได้ดีขึ้น เพราะในตลาดจะยังไม่เกิดสงครามราคาตั๋วถูกแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กำลังมีปัญหาเรื่องการจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide Body) เพื่อทดแทนเครื่องบินที่จะออกจากฝูงบินและหมดสัญญาในปี 2569 นี้ จำนวน 10 ลำ เช่น โบอิ้ง 777-200 ER จำนวน 4 ลำ, A350 จำนวน 2 ลำ, โบอิ้ง 787-800 จำนวน 2 ลำ เป็นต้น ทำให้บริษัทต้องเร่งหาเครื่องบินลำตัวกว้างใหม่เข้ามาเสริม เพื่อรักษา Capacity ให้คงเดิม
โดยที่ผ่านมาการบินไทยได้เจรจากับบริษัท Jetran (สัญชาติอเมริกา) ที่เสนอแอร์บัส เอ 330-200 จำนวน 8 ลำ อายุ 8 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1.3 หมื่นล้านบาท (8 ปี) และเจรจาขอเช่าเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 (โบอิ้ง 787-800) ของไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส จำนวน 10 ลำ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท (6 ปี)
“ในช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ผู้บริหารการบินไทยพยายามนำเสนอข้อมูลของเครื่องบินเช่า 2 ลอตนี้เข้าวาระที่ประชุมบอร์ดมาหลายรอบ แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา ขณะที่แผนการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 รุ่นใหม่ที่การบินไทยได้สั่งซื้อไว้ 45 ลำ ได้เลื่อนกำหนดส่งมอบไปเป็นปี 2571 แล้วจากเดิมกำหนดจะส่งมอบในปี 2570”
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดการบินไทยได้รับเครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรก จากทั้งหมด 32 ลำ ที่จะใช้ปฏิบัติการบินโดยการเช่าดำเนินงาน (Operating Lease) เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ขณะที่กลุ่มแอร์เอเชียเตรียมรับเครื่องบิน Airbus A321LR ลำแรกจากยอดสั่งซื้อรวม 62 ลำ เข้าฝูงบินในปี 2569 นี้ หลังจากบริษัทได้เปลี่ยนคำสั่งซื้อบางส่วนจาก A321neo มาเป็นรุ่นพิสัยไกลกว่าเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาฝูงบินที่มุ่งรวมการปฏิบัติการของเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลางเข้าด้วยกัน โดยคาดว่าปีนี้จะได้รับมอบเครื่องบินจำนวน 4 ลำ
โดยเครื่อง A321LR จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต้นทุนและรองรับการเติบโตของเครือข่ายแบบต้นทุนต่ำที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงในอนาคต
“ในส่วนของการฟื้นฟูฝูงบินนั้น กลุ่มแอร์เอเชียคาดว่าจะนำเครื่องบินทั้งหมด 220 ลำ กลับมาใช้งานได้เต็มจำนวนภายในสิ้นปีนี้”
นอกจากนี้ แอร์เอเชียยังมีแผนนำเครื่อง A330 ที่ถูกเก็บไว้มาทำการบินภายในต้นปี 2569 นี้ด้วย ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างปรับปรุงเครื่อง A330 อีก 2 ลำ เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้และรองรับเส้นทางระยะไกลที่มีศักยภาพสูงต่อไป
เช่นเดียวกับสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ที่เดินหน้ายกระดับฝูงบินอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 4 ลำ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแผนการเติบโตระยะยาว โดยรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รวมทั้งสิ้น 9 ลำ ปี 2568 และตั้งเป้าขยายฝูงบินรวม 50 ลำภายในปี 2571 เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของเครือข่ายเส้นทางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
โดยเครื่องบินลำใหม่ โบอิ้ง 737-8 จะช่วยเสริมศักยภาพด้านปฏิบัติการ มอบตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลาย ขยายเครือข่ายเส้นทางสู่เมืองสำคัญทั่วเอเชีย พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ผู้โดยสารในทุกมิติ สอดรับกับความมุ่งมั่นของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ในการเดินหน้าพัฒนาการให้บริการ เพื่อมอบการเดินทางที่สะดวกสบาย ราบรื่น และน่าประทับใจยิ่งขึ้น
“เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2568 รวมถึงมีแผนให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นดังกล่าวสำหรับเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศ ครอบคลุมจุดหมายสำคัญในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”
ด้านนายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ฝูงบินโบอิ้ง 737-8 ทั้ง 9 ลำที่นำเข้ามาเสริมฝูงบินในปีที่ผ่านมาสามารถรองรับการให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศได้สูงสุดถึง 60 เที่ยวบินต่อวัน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อเส้นทางสู่เมืองสำคัญทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี หาดใหญ่ และจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เสริมความคล่องตัวในการเดินทาง ตลอดจนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร
“ในปี 2569 นี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายฝูงบินโบอิ้ง 737-8 เพื่อรองรับตลาดใหม่ ๆ พร้อมทั้งขยายโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้กับสายการบินด้วย” นายวรเนติกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สายการบิน’ กุมขมับเครื่องไม่มี การบินไทยเร่งจัดหาเสริมทัพ 10 ลำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net
2025-12-31T10:47:08Z